ทำไมสื่อลามกอนาจารเด็กถึงเป็นภัยเงียบที่ไม่มีใครอยากพูดถึง
สื่อลามกอนาจารเด็กคือการนำเด็กมาใช้ในเนื้อหาทางเพศที่ผิดกฎหมายและทำลายศักดิ์ศรีของเด็กอย่างร้ายแรง การผลิตหรือเผยแพร่สื่อประเภทนี้ เกิดขึ้นได้ผ่านการบังคับ ข่มขู่ หลอกลวง หรือแม้แต่การใช้ความไว้วางใจจากคนใกล้ตัวเด็ก และไม่มีประโยชน์ใด ๆ ที่ชอบด้วยกฎหมายหรือศีลธรรมเลย เพราะมันทำร้ายเด็กทั้งทางร่างกาย จิตใจ และทำลายอนาคตของพวกเขาอย่างถาวร
ทำความรู้จักเนื้อหาลามกที่เกี่ยวข้องกับผู้เยาว์ในโลกออนไลน์
ทำความรู้จักเนื้อหาลามกที่เกี่ยวข้องกับผู้เยาว์ในโลกออนไลน์ คือการเข้าใจว่าสื่อลามกอนาจารเด็กปรากฏในรูปแบบใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง วิดีโอ หรือการถ่ายทอดสด โดยมักถูกเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มปิดหรือการส่งต่อในกลุ่มส่วนตัว คำถามคือ ทำไมต้องรู้จัก? เพราะการรู้เท่าทันช่วยให้ผู้ปกครองและผู้ใช้แยกแยะเนื้อหาที่ผิดกฎหมายและผิดจริยธรรมออกจากสื่อทั่วไปได้ สังเกตสัญญาณอันตราย เช่น การขอให้เด็กส่งภาพส่วนตัว หรือการแอบถ่ายในห้องน้ำโรงเรียน การรู้จักลักษณะเหล่านี้ทำให้สามารถหลีกเลี่ยง ไม่กดแชร์ และรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง
ความหมายและลักษณะเฉพาะของคลิปหรือภาพที่ผิดกฎหมายเกี่ยวกับเด็ก
คลิปหรือภาพที่ผิดกฎหมายเกี่ยวกับเด็กหมายถึงสื่อที่แสดงการกระทำทางเพศกับผู้เยาว์หรือใช้เด็กในบริบทลามก ไม่ว่าจะเป็นการโพสท่า การล่วงละเมิด หรือการตัดต่อصورให้ดูเสมือนจริง ลักษณะเฉพาะคือเด็กถูกทำให้เป็นวัตถุทางเพศ เสียงและภาพถูกบันทึกโดยไม่ได้รับความยินยอม แม้เด็กจะดูยินยอมหรือไม่ได้ถูกบังคับ ก็ยังถือว่าผิดกฎหมายเพราะเด็กไม่สามารถให้ความยินยอมได้ตามกฎหมาย สื่อเหล่านี้อาจอยู่ในรูปแบบคลิปสั้น GIF ภาพนิ่ง หรือไฟล์ที่แชร์ในแชตส่วนตัว
ถาม: แล้วคลิปที่เด็กถ่ายตัวเองโดยไม่มีใครบังคับ ถือเป็นสื่อผิดกฎหมายไหม? ตอบ: ถือว่าผิด เพราะเป็นภาพลามกของผู้เยาว์ที่ห้ามเผยแพร่และครอบครอง
รูปแบบไฟล์และช่องทางที่มักพบเนื้อหาประเภทนี้โดยไม่ตั้งใจ
เนื้อหาลามกที่เกี่ยวข้องกับผู้เยาว์มักแฝงมาใน รูปแบบไฟล์และช่องทางที่พบโดยไม่ตั้งใจ เช่น ไฟล์วิดีโอสกุล .mp4 หรือ .avi ที่ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นไฟล์การ์ตูนหรือเพลง และรูปภาพ .jpg ที่ซ่อนในโฟลเดอร์เกมหรือแอปเรียนออนไลน์ บางครั้งการแชร์ไฟล์ผ่านลิงก์ cloud ส่วนตัวหรือกลุ่มแชทปิดก็ทำให้ผู้ใช้กดรับโดยไม่รู้ตัว ช่องทางที่พบบ่อยคือแอปแชทที่ตั้งชื่อกลุ่มลวงว่ารวมการบ้าน และลิงก์ดูดจากโฆษณาในเว็บสตรีมมิ่งเถื่อน โดยไฟล์มักถูกบีบอัดเป็น .zip หรือ .rar เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ
- ไฟล์วิดีโอที่เปลี่ยนชื่อเป็นสื่อทั่วไป
- รูปภาพซ่อนในโฟลเดอร์เกมหรือแอปเรียน
- ลิงก์ cloud ส่วนตัวหรือกลุ่มแชทปิด
- ไฟล์บีบอัด .zip/.rar หลบการตรวจจับ
ความแตกต่างระหว่างสื่อลามกทั่วไปกับสื่อที่ละเมิดเด็ก
เมื่อดูในโลกออนไลน์ ความแตกต่างระหว่างสื่อลามกทั่วไปกับสื่อที่ละเมิดเด็ก อยู่ที่การมีส่วนได้เสียและการยินยอม ผู้แสดงในสื่อทั่วไปเป็นผู้ใหญ่ที่ตัดสินใจเองได้ แต่สื่อที่ละเมิดเด็กเกิดจากการบังคับ หลอกลวง หรือเอาเปรียบเด็กที่ไม่มีทางป้องกันตัวเอง แม้บางครั้งภาพอาจดูคล้ายคลึงกัน แต่ความหมายและผลกระทบต่อเด็กนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะเด็กถูกละเมิดสิทธิและอาจได้รับบาดเจ็บทางใจระยะยาว
- สื่อทั่วไปเกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่ที่ยินยอม ขณะที่สื่อละเมิดเด็กเกิดจากการเอาเปรียบ
- สื่อละเมิดเด็กถือเป็นอาชญากรรมเสมอ ไม่ว่าจะดูเหมือนสมัครใจแค่ไหน
- การแพร่กระจายซ้ำทำให้เด็กถูกละเมิดซ้ำแล้วซ้ำอีก
กลไกการเผยแพร่และวิธีการเข้าถึงเนื้อหาต้องห้ามเหล่านี้
สื่อลามกอนาจารเด็กแพร่กระจายผ่านกลไกการเผยแพร่และวิธีการเข้าถึงเนื้อหาต้องห้ามเหล่านี้โดยใช้เครือข่ายส่วนตัว (P2P) แชทเข้ารหัส และฟอรัมปิดที่ต้องได้รับคำเชิญ ผู้ใช้มักเข้าถึงผ่านลิงก์ชั่วคราวที่หมดอายุเร็ว จัดเก็บในคลาวด์ส่วนตัวหรือกลุ่มปิดบนแอปพลิเคชันข้อความ การค้นหาด้วยคำรหัสเฉพาะหรือรูปภาพแทนคำช่วยหลบเลี่ยงตัวกรองเนื้อหา
ผู้ใช้มักเข้าถึงผ่านลิงก์ชั่วคราวที่หมดอายุเร็ว จัดเก็บในคลาวด์ส่วนตัวหรือกลุ่มปิดบนแอปพลิเคชันข้อความ
บางครั้งมีการใช้ซอฟต์แวร์ anonymization เช่น VPN หรือ Tor เพื่อปกปิดตัวตนและที่อยู่ IP การแลกเปลี่ยนไฟล์อาจเกิดในเกมหรือแพลตฟอร์มเสมือนจริงเพื่ออำพรางกิจกรรม
ระบบปิดและเครือข่ายซ่อนเร้นที่ใช้กระจายไฟล์
พวกเครือข่ายซ่อนเร้นอย่างทอร์หรือดาร์กเน็ตถูกใช้เป็นระบบปิดสำหรับกระจายไฟล์ผิดกฎหมาย เพราะเข้าถึงยากและตามรอยยากมาก คนในวงจะใช้ลิงก์เฉพาะที่ต้องมีรหัสหรือได้รับเชิญเท่านั้นถึงจะเข้าได้ บางทีก็แลกไฟล์กันผ่านแชตส่วนตัวหรือกลุ่มปิดที่สมาชิกไว้ใจกัน ไม่ได้เปิดให้คนนอกเห็น การส่งไฟล์มักเข้ารหัสหรือแยกส่วนก่อนรวมกลับเพื่อหลบการตรวจจับ ทำให้เนื้อหาถูกส่งต่อกันในวงแคบแบบเงียบ ๆ
- ต้องมีลิงก์หรือรหัสเชิญถึงเข้าได้
- ใช้การเข้ารหัสและแยกไฟล์ก่อนส่ง
- แลกกันในกลุ่มปิดที่ไว้ใจกันเท่านั้น
- ตามรอยยากเพราะซ่อนตัวตนผู้ใช้
เทคนิคการค้นหาที่ผู้ใช้มักใช้และความเสี่ยงที่ตามมา
ผู้ใช้มักใช้ เทคนิคการค้นหาที่หลบเลี่ยงตัวกรอง เช่น การสะกดคำผิดโดยเจตนา การแทรกสัญลักษณ์หรือช่องว่างระหว่างตัวอักษร และการใช้คำรหัสในภาษาถิ่นหรือคำสแลงที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เทคนิคเหล่านี้ช่วยให้เข้าถึงเนื้อหาต้องห้ามได้โดยตรงแต่เพิ่มความเสี่ยงหลายชั้น ทั้งการตกเป็นเป้าของ malware และการถูกเรียกค่าไถ่จากเว็บไซต์อันตราย การเปิดเผยที่อยู่ IP และข้อมูลส่วนตัวต่อผู้ให้บริการที่ไม่มีมาตรการป้องกัน และการที่ประวัติการค้นหาถูกบันทึกโดยไม่รู้ตัว ซ้ำร้าย การใช้เครื่องมือค้นหาที่ไม่เป็นทางการอาจนำไปสู่การเก็บข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอม ซึ่งเพิ่มโอกาสถูกแบล็กเมล์ในภายหลัง
แอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มที่มักถูกลักลอบใช้เป็นสื่อกลาง
แอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มที่มักถูกลักลอบใช้เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กมักเป็นบริการที่เปิดให้ผู้ใช้สร้างกลุ่มปิดหรือแชทเข้ารหัสได้ ทำให้การตรวจสอบเนื้อหาทำได้ยากขึ้น แพลตฟอร์มสื่อสารที่นิยมถูกลักลอบใช้ เช่น แอปแชทเข้ารหัสแบบ end-to-end กลุ่มปิดในแอปโซเชียล และฟอรัมออนไลน์ที่เน้นการไม่เปิดเผยตัวตน ผู้ใช้ทั่วไปอาจพบการชักชวนผ่านลิงก์ส่วนตัวหรือรหัสเชิญที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้อง การเข้าถึงมักอาศัยการแนะนำจากคนในกลุ่มปิดและการย้ายแพลตฟอร์มเมื่อถูกตรวจจับ
- แอปแชทเข้ารหัสที่สร้างกลุ่มปิดและลบข้อความอัตโนมัติ
- กลุ่มส่วนตัวในแพลตฟอร์มโซเชียลที่ต้องได้รับคำเชิญ
- ฟอรัมหรือบอร์ดออนไลน์ที่เน้นการไม่เปิดเผยตัวตน
- บริการฝากไฟล์และลิงก์ส่วนตัวที่ใช้ส่งต่อเนื้อหา
ผลกระทบและความเสียหายที่เกิดจากสื่อลามกอนาจารเด็ก
สื่อลามกอนาจารเด็กสร้างความเสียหายซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้แก่เด็กที่ถูกบันทึกภาพ เพราะทุกครั้งที่ไฟล์ถูกเปิดดูหรือแชร์ต่อ ผู้เสียหายจะถูกล่วงละเมิดทางเพศซ้ำทางจิตใจไม่รู้จบ ผลกระทบที่หนักที่สุดคืออะไร? คือการที่เด็กต้องอยู่กับบาดแผลทางจิตใจตลอดชีวิต ภาพเหล่านั้นไม่มีวันหายไปจากอินเทอร์เน็ต ผู้เสพอาจเกิดความเคยชินและนำไปสู่การล่วงละเมิดจริง ขณะที่เด็กมักถูกแบล็กเมล์ ข่มขู่ ปิดกั้นการกลับมาใช้ชีวิตปกติ และรู้สึกผิดหรืออับอายจนไม่กล้าขอความช่วยเหลือ
ผลต่อเด็กที่ปรากฏในเนื้อหาและครอบครัว
การแพร่กระจายของสื่อลามกอนาจารเด็กสร้างผลกระทบต่อเด็กที่ปรากฏในเนื้อหาและครอบครัวอย่างรุนแรงและยาวนาน เด็กที่ถูกบันทึกภาพต้องเผชิญความอับอาย หวาดกลัว และสูญเสียความไว้วางใจในผู้ใหญ่ ขณะที่ครอบครัวต้องรับมือกับความเสียหายทางสังคม รู้สึกผิดและโดดเดี่ยวจากสังคมรอบข้าง ความสัมพันธ์ในครอบครัวแตกแยก และภาระค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูจิตใจ เด็กจำนวนมากถูกตีตราจากเพื่อนและชุมชน ทำให้ถอนตัวจากโรงเรียน สูญเสียโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาการตามวัย ผลกระทบนี้ไม่จบเมื่อเนื้อหาถูกลบ แต่ตามหลอกหลอนไปตลอดชีวิต
ผลทางกฎหมายต่อผู้ครอบครองหรือส่งต่อ
การครอบครองหรือส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็กถือเป็นความผิดอาญาที่มี ผลทางกฎหมายต่อผู้ครอบครองหรือส่งต่อ โดยตรง แม้เพียงเก็บไว้ในอุปกรณ์ส่วนตัวโดยไม่ได้เผยแพร่ก็อาจถูกดำเนินคดีได้ การส่งต่อแม้เพียงครั้งเดียวหรือให้บุคคลใกล้ชิดอาจทำให้ความผิดรุนแรงขึ้นตามปริมาณและลักษณะการกระจาย ผู้กระทำอาจได้รับโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและถูกเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากผู้เสียหาย ขั้นตอนทางกฎหมายมักดำเนินดังนี้
- ถูกสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหา
- ถูกฟ้องต่อศาลและพิจารณาคดี
- รับโทษตามคำพิพากษาและบันทึกประวัติอาชญากรรม
ผลต่อ心理健康ของผู้บริโภคเนื้อหาประเภทนี้
การเสพสื่อลามกอนาจารเด็กส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของผู้บริโภคเนื้อหาประเภทนี้แบบตรงๆ เลยนะ เพราะสมองจะคุ้นชินกับภาพที่รุนแรงผิดปกติ ทำให้ความรู้สึกผิดและความละอายค่อยๆ ลดลง หลายคนเริ่มรู้สึกหมกมุ่น วิตกกังวล หรือซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว และอาจมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเพราะเก็บความลับนี้ไว้คนเดียว
- รู้สึกผิดและละอายแต่หยุดดูไม่ได้ วนซ้ำจนเครียดสะสม
- เกิดภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือนอนไม่หลับจากความหมกมุ่น
- สูญเสียความมั่นใจและรู้สึกโดดเดี่ยว ปิดกั้นตัวเองจากคนอื่น
- ภาพที่เห็นฝังใจ ทำให้คิดถึงเรื่องเพศบิดเบือนและควบคุมอารมณ์ยากขึ้น
วิธีสังเกตและป้องกันตนเองจากสื่อลามกที่ผิดกฎหมายเกี่ยวกับเด็ก
สังเกตสัญญาณของสื่อลามกอนาจารเด็กที่ผิดกฎหมาย เช่น เนื้อหาที่มีผู้เยาว์ปรากฏในท่าทางทางเพศ หรือการ์ตูนที่เลียนแบบเด็กในบริบททางเพศ อย่าโต้ตอบ แชร์ หรือบันทึกไฟล์เหล่านี้เด็ดขาด เพราะการครอบครองถือเป็นความผิดทางอาญา ป้องกันตนเองโดยตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของบัญชีโซเชียลมีเดียเป็นแบบส่วนตัว ใช้โปรแกรมกรองเว็บไซต์สำหรับผู้ใหญ่ และหลีกเลี่ยงลิงก์หรือกลุ่มปิดที่น่าสงสัย การรายงานเบาะแสไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ใช่การทำร้ายใคร แต่เป็นการปกป้องเด็กที่อาจตกเป็นเหยื่อ หมั่นตรวจสอบประวัติการเข้าชมและล้างแคชเป็นประจำ หากพบเห็นสื่อลักษณะนี้ ให้ปิดทันทีและแจ้งผู้ให้บริการหรือตำรวจโดยไม่ลังเล
สัญญาณเตือนเมื่อพบเนื้อหาต้องสงสัยบนอุปกรณ์ของคุณ
ถ้าเผลอเจออะไรแปลก ๆ ในเครื่องตัวเอง ลองสังเกต สัญญาณเตือนเมื่อพบเนื้อหาต้องสงสัยบนอุปกรณ์ของคุณ ดูนะ เช่น มีไฟล์ภาพหรือวิดีโอที่ชื่อแปลก ๆ ไม่รู้จัก ไม่ได้โหลดเอง แอปแชทเด้งข้อความจากคนแปลกหน้าแบบไม่ทันตั้งตัว หรือคลังรูปมีโฟลเดอร์ซ่อนที่ดูไม่ปกติ ถ้าเจอแบบนี้ อย่าเปิดดูซ้ำ อย่าแชร์ต่อ ลบและรายงานทันที
แล้วถ้าเจอไฟล์น่าสงสัยแต่ไม่แน่ใจว่าผิดกฎหมายไหม ทำยังไงดี? อย่าเปิดดูเองซ้ำ ให้แยกไฟล์นั้นไว้ รายงานผ่านช่องทางที่เหมาะสม และปรึกษาผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ ถ้าเป็นเครื่องลูกให้ผู้ปกครองช่วยตรวจสอบทันที
แนวทางลบและรายงานอย่างปลอดภัยโดยไม่ถูกเอาผิด
เมื่อพบสื่อลามกอนาจารเด็ก อย่าดาวน์โหลดหรือแชร์ต่อ เพราะการครอบครองหรือส่งต่ออาจทำให้ผู้รายงานมีความผิดเอง แนวทางลบและรายงานอย่างปลอดภัยโดยไม่ถูกเอาผิด คือการเก็บหลักฐานเฉพาะหน้าเว็บ เช่น URL และเวลา โดยไม่บันทึกไฟล์ภาพหรือวิดีโอลงเครื่อง จากนั้นแจ้งผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้ เช่น สายด่วน 191 หรือหน่วยงานคุ้มครองเด็กของรัฐ โดยระบุว่าเป็นการพบเห็นโดยบังเอิญและไม่ได้ตั้งใจค้นหา ไม่ต้องระบุตัวตนหากไม่สบายใจ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ต่อในที่สาธารณะ เพราะอาจเข้าข่ายความผิดฐานเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กเสียเอง
การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและการควบคุมโดยผู้ปกครอง
การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและการควบคุมโดยผู้ปกครองเป็นเครื่องมือสำคัญในการจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม child porn โดยผู้ปกครองควรตั้งรหัสผ่านบนอุปกรณ์ เปิดใช้โหมดปลอดภัยในเบราว์เซอร์ และติดตั้งโปรแกรมกรองเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม สำหรับแพลตฟอร์มโซเชียลควรปรับการตั้งค่าเป็นส่วนตัว จำกัดผู้ที่สามารถส่งข้อความหรือติดตามบุตรหลาน และตรวจสอบประวัติการใช้งานสม่ำเสมอ ขั้นตอนที่แนะนำมีดังนี้
- ตั้งรหัสผ่านอุปกรณ์และเปิดใช้การควบคุมของผู้ปกครอง
- เปิดโหมดปลอดภัยในเบราว์เซอร์และติดตั้งตัวกรองเนื้อหา
- ปรับการตั้งค่าแพลตฟอร์มเป็นส่วนตัวและจำกัดการติดต่อ
- ตรวจสอบประวัติการใช้งานและรายงานเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย
คำถามที่พบบ่อยสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจและหลีกเลี่ยงภัยนี้
คำถามที่พบบ่อยสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจและหลีกเลี่ยงภัยนี้คือ สื่อลามกอนาจารเด็ก ผิดกฎหมายทุกกรณีแม้เพียงครอบครองหรือส่งต่อ และ การคลิกดูเพียงครั้งเดียวถือเป็นความผิดทางอาญา ผู้ใช้มักสงสัยว่าการแชร์ในกลุ่มส่วนตัวผิดหรือไม่ คำตอบคือผิดทันทีหากเป็นภาพหรือคลิปของผู้เยาว์ อีกข้อคือจะรู้ได้อย่างไรว่าเนื้อหานั้นผิดกฎหมาย ให้สังเกตอายุผู้ปรากฏในภาพหากดูไม่เกิน 18 ปีหรือมีลักษณะบังคับ ควรหลีกเลี่ยงและรายงานทันที สุดท้ายคือหากพบโดยไม่ตั้งใจควรทำอย่างไร คำตอบคือปิดทันที ลบประวัติ และแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบ อย่าเก็บไว้ในเครื่องเด็ดขาด
การครอบครองโดยไม่รู้ตัวถือเป็นความผิดหรือไม่
หลายคนสงสัยว่าการครอบครองโดยไม่รู้ตัวถือเป็นความผิดหรือไม่ คำตอบคือความผิดอาญาในคดีสื่อลามกอนาจารเด็กมักพิจารณาจากการครอบครองวัตถุนั้นจริง ไม่ใช่เพียงเจตนารู้ว่ามีอยู่ การครอบครองโดยไม่รู้ตัวถือเป็นความผิดหรือไม่ จึงขึ้นกับข้อเท็จจริงว่าคุณควรรู้หรือไม่ แม้ไม่รู้ว่ามีไฟล์นั้นอยู่ในอุปกรณ์ แต่หากมีพฤติการณ์ที่บ่งชี้ว่าควรตรวจสอบได้ ศาลอาจไม่รับฟังข้ออ้างว่าไม่รู้ ดังนั้นควรตรวจสอบอุปกรณ์และลบไฟล์ต้องสงสัยทันที หากพบว่าตนอาจตกเป็นผู้ครอบครองโดยไม่เจตนา การปรึกษาทนายด้านอาญาเด็กเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
หากพบเห็นควรแจ้งหน่วยงานใดและอย่างไร
หากพบเห็นสื่อลามกอนาจารเด็ก สิ่งแรกที่ต้องทำคือ อย่าเก็บไว้ อย่าแชร์ต่อ แต่ให้แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบทันที โดยสามารถแจ้งตำรวจผ่านสายด่วน 191 หรือแจ้งตำรวจไซเบอร์ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นอกจากนี้ยังแจ้งผ่านสายด่วน 1300 ของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ หรือแจ้งไปยังผู้ให้บริการแพลตฟอร์มนั้นโดยตรงเพื่อลบเนื้อหา การแจ้งควรระบุลิงก์ แพลตฟอร์ม และรายละเอียดเท่าที่ทราบ อย่าดาวน์โหลดหรือส่งต่อ เพราะอาจเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายด้วย
- แจ้งตำรวจ 191 หรือตำรวจไซเบอร์ทันที
- แจ้งสายด่วน 1300 กระทรวงพัฒนาสังคมฯ
- แจ้งแพลตฟอร์มโดยตรงเพื่อลบเนื้อหา
- อย่าดาวน์โหลด แชร์ หรือเก็บไว้เอง
จะปกป้องเด็กในครอบครัวจากสื่อลักษณะนี้ได้อย่างไร
การปกป้องเด็กในครอบครัวจากสื่อลามกอนาจารเด็กเริ่มจากการสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ผู้ปกครองควรกำหนดรหัสผ่านและใช้เครื่องมือกรองเนื้อหาบนทุกอุปกรณ์ที่เด็กเข้าถึง จากนั้นต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเรื่องอันตรายของสื่อลักษณะนี้โดยไม่ทำให้เด็กกลัวจนไม่กล้าปรึกษา ขั้นตอนที่ชัดเจนมีดังนี้
- ติดตั้งโปรแกรมกรองและปิดกั้นคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
- กำหนดเวลาหน้าจอและตรวจประวัติการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ
- สอนให้เด็กรู้จักปฏิเสธและรายงานเมื่อพบเนื้อหาผิดปกติ
- สร้างความไว้วางใจให้เด็กกล้าแจ้งทันทีโดยไม่ถูกลงโทษ
เมื่อทุกขั้นตอนทำงานร่วมกัน จะลดโอกาสที่เด็กจะเข้าถึงสื่อลามกอนาจารเด็กได้อย่างมีประสิทธิผล

